posted on 18 Aug 2008 12:41 by tanipon in building
'สตีลไฟเบอร์' หนึ่งตัวช่วยทางวิศวกรรม
Dailynews 16.08.2008 04:54
เคยมีโอกาสพูดคุยกับสมาคมรับสร้างบ้านกับการปรับตัวในยุคเศรษฐกิจที่ผันผวนอย่างขณะนี้ วิธีการแก้ปัญหาของคนรับจ้างสร้างบ้านที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้ก็คือ การบริหารจัดการงานก่อสร้างอย่างมีระบบ ลดต้นทุนด้วยเงื่อนไขของเวลาและฝีมือในการทำงาน
ขณะที่เทคนิคทางวิศวกรรมที่จะช่วยลดต้นทุนทางด้านวัสดุก่อสร้างก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ แต่หมายความว่าบริษัทนั้น ๆ จะต้องมีความเชี่ยวชาญในด้านงานวิศวกรรมแบบที่ว่าด้วย เพราะการลดหรือเปลี่ยนวัสดุนั้นย่อมมีผลต่อโครงสร้างโดยรวมของอาคารหรือบ้านสักหลังด้วยเช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่บริษัทผู้รับเหมาหรือผู้ออกแบบจะต้องคำนวณอย่างถี่ถ้วนและไม่ให้มีข้อบกพร่องเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด
ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหลายบริษัทได้มีการปรับตัวเพื่อบริหารโครงการที่ได้รับมอบหมายให้อยู่ในงบประมาณและภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยมีการนำเทคนิคในเชิงวิศวกรรมใหม่ ๆ ซึ่งใช้ได้ดีในต่างประเทศเข้ามาใช้กับประเทศไทยด้วย
“ปรัชญาการทำงานของเราก็คือ ใช้เวลาสั้นที่สุด ใช้การลงทุนที่น้อยที่สุด แต่ให้ได้คุณภาพที่ล้ำเลิศที่สุด” ชัชวาล พริ้งพวงแก้ว ผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานกรรมการผู้ถือหุ้น บริษัท ชัชวาล-รอยัล แฮสโคนิ่ง จำกัด บอกถึงความตั้งใจของบริษัท
ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจเลือก บริษัท รอยัล แฮส โคนิ่ง หรือในชื่อเดิม เดอ เวเกอร์ จากเนเธอร์แลนด์มาร่วมงาน เพราะเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีความชำนาญการพิเศษทางด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมอาคาร โดยหนึ่งในเทคนิคที่ได้รับการถ่ายทอดและนำมาใช้กับโครงการก่อสร้างในประเทศไทยแล้วหลายแห่งก็คือ การใช้สตีลไฟเบอร์ (Steel Fiber) หรือเส้นใยเหล็กแทนการใช้เหล็กเส้นที่มีราคาต้นทุนแพงขึ้นเรื่อย ๆ
“เราจะใช้สตีลไฟเบอร์ผสมเข้าไปกับคอนกรีต ซึ่งนี่เป็นเทคนิคที่ประเทศในแถบยุโรปนำมาใช้นานแล้ว แต่ในไทยยังใช้กันน้อย” มร.วีเบอร์ เดอ จาเกอร์ ประธานบริษัท ชัชวาล-รอยัล แฮสโคนิ่ง จำกัด ระบุ
เหตุผลที่ประเทศไทยมีการนำเส้นใยเหล็กนี้มาใช้ในการก่อสร้างไม่มากนัก เป็นเพราะที่ผ่านมาราคาของเส้นใยเหล็กนี้เมื่อเทียบกับเหล็กเส้นซึ่งเป็นรูปแบบการก่อสร้างที่ผู้รับเหมาไทยคุ้นเคยนั้นไม่ต่างกันมากนัก แต่เมื่อน้ำมันมีราคาแพงขึ้น เหล็กเส้นถีบตัวสูงตาม เส้นใยเหล็กที่ยังคงยืนราคาเดิมหรือจะขึ้นก็ไม่มากมายนักจึงกลายมาเป็นทางเลือก
แต่การจะนำเส้นใยเหล็กที่ว่ามาแทนที่การใช้เหล็กเส้นนั้น จะต้องกำหนดมาตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างในเบื้องต้น โดยเมื่อนำเส้นใยเหล็กมาผสมในคอนกรีตแล้วก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้เหล็กเส้นอีก นอกจากนี้ในงานโครงสร้างอย่างพื้นนั้นอาจจะดูเหมือนมีความหนาของชั้นพื้นน้อยลง แต่เรื่องความแข็งแรงไม่ได้ด้อยไปกว่าการใช้เหล็กเส้นเลย อีกทั้งในด้านการก่อสร้างยังช่วยประหยัดเวลาและต้นทุนการก่อสร้างไปพร้อม ๆ กันด้วย
“มีลูกค้ารายหนึ่งของบริษัทเคยคิดจะก่อสร้างอาคารสำนักงานเป็นโครงสร้างเหล็กทั้งหมด แต่เมื่อเหล็กเส้นมีราคาแพงซึ่งอาจจะทำให้งบประมาณการก่อสร้างบานปลาย แต่เมื่อมีการนำเสนอให้สร้างอาคารเป็นคอนกรีตแทนโดยที่รูปแบบของอาคารไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมนัก และยังใช้ต้นทุนน้อยกว่าด้วยลูกค้าก็ตกลงใจที่จะเปลี่ยน” ประธานบริษัท ชัชวาล-รอยัล แฮสโคนิ่ง จำกัด ระบุ
ไม่เพียงอาคารสำนักงานบางแห่งเท่านั้นที่นำเทคนิคที่ว่านี้มาใช้ เพราะซูเปอร์มาร์เกตขนาดใหญ่ที่เราคุ้นตาอยู่นั้นก็ใช้เทคนิคเดียวกันนี้ ในการก่อสร้าง เพราะไม่เพียงสามารถทำงานได้เร็วเสร็จตามกำหนดเวลาเท่านั้นแต่ยังช่วยลดต้นทุนในการก่อสร้างให้กับเจ้าของกิจการด้วย เพราะเรื่องของสภาวะเศรษฐกิจก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในบริษัทผู้ออกแบบจะต้องคำนึงถึง
แม้จะมีตัวช่วยอย่างความก้าวหน้าทางวิศวกรรมและวัสดุอุปกรณ์อันทันสมัย แต่ความแข็งแกร่งของการทำงานเป็นทีมและการบริหารจัดการที่ดีเยี่ยม ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม ณ วันนี้ที่อะไรก็ไม่แน่นอน.